ซื้อมาแค่ “การตลาด” เท่านั้น

ซื้อมาแค่การตลาดเท่านั้น

   โลกของฟุตบอลมันมีอะไรหลายต่อหลายอย่าง แม้แต่คุณที่บอกว่าเป็นแฟนบอลตัวจริงก็ยังอาจจะไม่รู้เป้าหมายที่แท้จริงของจุดเป้าหมายของสโมสรที่คุณรัก ในบ้างครั้งนักเตะที่โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับต้นสังกัดอยู่ในเวลานั้น อยู่ดีๆก็อาจโดนผู้จัดการทีมจับมาดองนั่งมองเพื่อนร่วมทีมทำการแข่งขันกับคู่แข่งในม้านั่งตัวสำรอง โดยที่ในใจก็เอาแต่คิดว่า นี่ตรูผิดอะไรว่ะ แมตช์ที่แล้วตรูยังกดแฮตทิคให้ทีมเอาชนะคู่แข่งได้อยู่เลย เหตุการณ์เหนือความคาดหมายแบบนี้ละครับที่ทำเอาเหล่าเซียนพนันบอลทั้งหลายเกิดอาการโมโห ที่ในยุคสมัยนี้เรียกอาการพวกนี้ว่า หัวร้อนจะไม่ให้หัวร้อนได้ไง ก็เล่นใส่ทั้งบ้านทั้งรถในการเดิมพัน เพราะมั่นใจว่านักเตะที่โชว์ฟอร์มโคตรโหดในแมตช์ที่แล้วจะลงมาพังประตูคู่แข่งเหมือนเช่นแมตช์ที่แล้ว แต่ดันจับนักเตะที่จะทำเงินให้เรามานั่งดองเป็นตัวสำรองซะอย่างงั้น  ถึงได้บอกว่าโลกของฟุตบอลมันมีอะไรที่ล้ำลึกที่คุณอาจจะยังไม่รู้ก็เป็นได้  อย่างที่เราเห็นกันส่วนมากที่ สโมสรชั้นนำ ซื้อนักเตะหลายต่อหลายคนเพื่อมาเก็บสะสมหรือแค่ให้มีชื่อนักเตะเหล่านั้น ขึ้นโชว์อยู่ในรายชื่อนักเตะของสโมสรเพียงเท่านั้น ทุกอย่างมันคือการตลาดครับ ซื้อมาเพื่อทำการเปิดตลาดเพียงเท่านั้น ส่วนมากจะเป็นการซื้อนักเตะที่อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีแฟนบอลของสโมสรนั้นจำนวนน้อย กลุ่มคนระดับสูงของสโมสรจึงต้องทำการซื้อนักเตะที่มีสัญชาตินั้นมาเพื่อให้มีแฟนคลับเพิ่มมากขึ้น จากการจำหน่ายเสื้อทีมที่มีชื่อและหมายเลขของนักเตะชาติตัวเอง สปอนเซอ ผู้สนับสนุนระหว่างประเทศ ยกตัวอย่างเช่น การที่สโมสร “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” เคยซื้อนักเตะ สัญชาติญี่ปุ่น อย่าง ชินอิจิ คากาวะจากสโมสร ดอทมุนร์ ประเทศเยอรมัน ที่ในตอนนั้นฝ่ายบริหารของแมนยูมองว่า รายได้จากประเทศมหาอำนาจของเอเซียมันช่างน้อยเหลือเกินเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆในกลุ่มทวีปเอเซีย จึงจัด คากาวะ มาเพื่อเพิ่มรายได้สัก 1-2 ปี จนนักเตะเองทนการที่เป็นตัวสำรองไม่ไหว ต้องย้ายกับสโมสรเดิมเพื่อการได้เป็นนักเตะคนสำคัญของสโมสร เช่นเคย